ประมาณปลายเดือนมิ.ย.61ที่ผ่านมาเราประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม มีอาการเจ็บตามร่างกายด้านขวา เพราะโดนกระแทกกับพื้นถนนอย่างแรง รวมถึงมีแผลถลอกบริเวณหน้าและลำตัว อาการถือว่าหนักพอสมควร ถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลประจำอำเภอ หลังจากทำความสะอาดบาดแผลและให้น้ำเกลือ ก็ไปเอ็กเรย์ดูว่ามีอะไรผิดปกติรึเปล่า จากนั้นหมอที่รับเคสเราวันนั้นก็เดินมาถามว่าจำเหตุการณ์ได้รึเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใส่หมวกกันน็อครึเปล่า เจ็บตรงไหนบ้าง เราก็บอกว่าจำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะยังมึนๆงงๆอยู่ หมอก็บอกว่าไม่เป็นไรครับ จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวหมอจะให้นอนโรงพยาบาลนะครับ งดน้ำงดอาหารรอดูอาการ เราก็ได้แต่พยักหน้า เพราะอาการ ณ ตอนนั้นมันปวดมากๆรวมถึงศรีษะด้านหน้าก็มีอาการบวมมากๆ จนได้ประคบน้ำแข็งเพื่อลดอาการบวม คือ ณตอนนั้นไม่ค่อยได้สนใจเรื่องหน้าตาหมอเท่าไหร่ หมอถามอะไรก็ตอบไปเท่าที่นึกได้ เช้าวันต่อมาอาการก็เริ่มปวดเริ่มบวมมากขึ้น ไม่ว่าเป็นหน้าตา แขน ขาซี่โครง มันปวดระบมไปหมดจน ขยับตัวไม่ได้ สรุปได้นอนอยู่แบบนั้นตลอด จนเวลาประมาณ8โมงกว่าๆ หมอคนที่เป็นเจ้าของไข้ก็เข้ามาตรวจ วันนี้แหละที่มีโอกาสได้เห็นหน้าหมอชัดๆ แม่เจ้า หมอเป็นคนน่ารักมากๆ ผิวดี ขาวใสมีออร่ามากๆ แถมพูดเพราะเป็นกันเองกับเราสุดๆน้ำเสียงน่าฟัง ดูเป็นคนจิตใจดีมากๆ รูปร่างหน้าตาก็ถือว่าดีตามแบบฉบับของแพทย์เป๊ะเลยทั้งโรงพยาบาลหน้าตาดีกว่าทุกคนก็ว่าได้หมอก็เข้ามาถามว่าอาการเป็นยังไงบ้างครับ เราก็ตอบไปว่า ปวดตามตัวแล้วก็ปวดแผลมากกว่าเมื่อวาน หมอก็บอกว่าแผลใหม่ก็จะปวดแบบนี้เป็นธรรมดา หมอถามต่อว่าแล้วหิวมั๊ยครับ เราก็ตอบว่าไม่หิว เพราะตอนนั้นปากก็บวมกินอะไรไม่ได้เลย ถ้างั้นจะให้กินตอนเย็นน่ะครับ เป็นข้าวต้มไปก่อน แล้วจะได้กินยา เราก็ได้แต่พยักหน้า ทุกสิ่งที่หมอแสดงออกและปฏิบัติกับเรา มันทำให้เรารู้สึกถูกชะตากับหมอคนนี้เอามากๆ ดูๆไปแล้วหมอน่าจะเด็กกว่าเราด้วยซ้ำประมาณ8ปี เรา34หมอน่าจะ26วันที่2ผ่านไปเข้าวันที่3ที่อยู่โรงพยาบาล วันนั้นเป็นวันเสาร์กว่าหมอจะมาตรวจเราก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยง อาการของเราตอนนั้นก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ โดยเฉพาะอาการปวดหัว และตรงตามีอาการบวมช้ำมากขึ้นจนลืมตาไม่ขึ้น พอหมอมาดูอาการแล้วแนะนำให้ไปทำCTสแกนที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด เพราะมีอาการปวดหัวไม่หายสักที กลัวมีเลือดออกเลือดคั่งในสมอง เพราะต้องรักษาตามอาการ ทีแรกเราตอบหมอไปว่าขอดูอาการอีกสักคืนก่อนได้มั๊ยคะ หมอก็บอกว่าถ้างั้นผมขอรึกษากับคุณหมอที่ห้องฉุกเฉินดูก่อน ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวผมเดินมาบอกอีกที เราก็รับคำสักพักหมอเดินมาบอกว่าปรึกษากับหมอท่านอื่นๆดูแล้วยังไงก็อยากให้ไปสแกนสมองที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด เพราะกลัวจะเป็นอะไรมากไปกว่านี้ ถ้าไม่เป็นอะไรก็กลับมาพร้อมกับรถโรงพยาบาล เราก็ตกลงว่าไป คือหมอพูดดีมากรู้จักใช้คำพูดที่ทำให้เรารู้สึกดีไม่เครียด กับอาการที่เป็นอยู่ ทำให้รู้สึกถูกชะตาเอามากๆ เพราะเราก็ไม่เคยเจอหมอที่น่ารักและจิตใจดีแบบนี้มาก่อน หมอคนอื่นเจอก็รู้สึกเฉยๆนะแต่หมอคนนี้ทำไมทำให้เรารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้พูดได้คุยกัน สรุปวันนั้นทำCTสแกนเสร็จทุกอย่างปกติดีไม่มีปัญหาอะไรก็กลับมาพร้อมกับรถโรงพยาบาลมานอนดูอาการอีกคืน ถ้าไม่มีอะไรพรุ่งนี้ก็กลับบ้านได้หมอบอกแบบนั้น แต่พอถึงวันที่จะต้องกลับบ้านสิทีนี้ความรู้สึกเราคือแบบว่าไม่อยากกลับเลย อยากเจอหมอเจ้าของไข้ คนนั้นอีกแต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอกันอีกเลยตอนเดินมาขึ้นรถก็พยายามมองหาแต่ก็ไม่เจอ นั่งรถกลับบ้านยังนึกถึงแต่หน้าหมอตลอด กลับบ้านพยายามค้นหาเฟส สอบถามจากเพื่อนที่เป็นพยาบาลที่ทำงานอยู่ที่เดียวกับหมอ พอรู้เฟสก็ขอเป็นเพื่อน แต่หมอก็ยังไม่รับเราเลย เราดูเฟสหมอ ถึงแม้จะไม่เห็นอะไรมากมายเพราะยังไม่ได้เป็นเพื่อนกัน หมอโปรไฟล์ดีมาก พ่อแม่ก็ดูแบบผู้ดีมากน้องชายก็เรียนหมอเหมือนกัน จนบางครั้งเราเหมือนด้อยไปเลยอีกทั้งยังคิดว่าที่ทำดีกับเราทุกอย่างหมอคงทำตามหน้าที่คงไม่ได้คิดอะไรกับเรา แต่เราดันไปสนใจไปชอบหมออยู่ฝ่ายเดียว โดยที่หมอไม่รู้ โพสต์เฟสเพ้อถึงหมอก็เยอะ คิดว่าคงทำได้แค่นั้นแหละ คงจะเป็นอะไรที่มากไปกว่านี้ไม่ได้แน่นอน ออกโรงพยาบาลมาได้1สัปดาห์หมอนัดดูอาการวันนั้นไปโรงพยาบาลหวังว่าจะได้เจอหมออีก แต่ก็ไม่ได้เจอ พอถามเพื่อนที่เป็นพยาบาลสิ่งที่ไม่คิดไม่ฝันก็เกิดขึ้นเราถามว่าหมอ... มามั๊ยวันนี้ เพื่อนตอบกลับมาว่าหมอย้ายไปโรงพยาบาลอื่นแล้ว เราแทบทรุด ทำไมหมอย้ายไปเร็วขนาดนี้ เพื่อนบอกว่าหมอย้ายไปอีกโรงพยาบาลหนึ่งแต่อยู่ในจังหวัดเดียวกันนี่ล่ะ หลังจากที่เราออกโรงพยาบาลไปแค่2วัน ได้ยินแบบนั้นความรู้สึกคือเศร้ามาก นี่เราจะไม่ได้เจอหมออีกแล้วเหรอ จากเดิมบ้านเราห่างจากโรงพยาบาลแค่โลเดียว แต่ตอนนี้โรงพยาบาลใหม่ที่หมอย้ายไปห่างกับบ้านเราตั้ง130โล อยู่คนละโซนกันเลย โอกาสที่จะได้เจอกันคงยากแล้วล่ะ หรือแทบจะไม่มีโอกาสได้เจอกันเลย คงได้แต่รอให้หมอรับเป็นเพื่อนในเฟสเท่านั้นคงทำได้แค่นั้นจริงๆ ณ ตอนนี้ ทำไมทุกอย่างที่เป็นสิ่งดีๆมันผ่านไปรวดเร็วขนาดนี้ สงสัยวาสนาเราคงไม่ถึงกัน ไม่งั้นคงได้เจอกันมีโอกาสได้พูดได้คุยได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ คงได้แต่คิดว่าถ้ามีวาสนาต่อกันจริงๆสักวันคงได้เจอกัน อย่างแน่นอน หวังว่าจะมีวันนั้น
แอบชอบหมอที่เป็นเจ้าของไข้อยู่ฝ่ายเดียว